| ตอนที่ 41
มินจุงโฮแสดงความดีใจกับซอจังกึมที่สามารถฝังเข็มรักษาคนไข้ได้สำเร็จ
แต่มินจุงโฮกลับพูดกับซอจังกึมว่าไม่อยากให้ซอจังกึมฝังเข็มรักษาคนไข้อีกต่อไป
ที่เป็นเช่นนี้เพราะทั้งสองจะได้อยู่ที่เมืองจี้โจวต่อไป ซอจังกึมกล่าวกับมินจุงโฮว่าเพราะมินจุงโฮนี้เอง
ทำให้นางมีความสุขมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ความสัมพันธ์ของซอจังกึมและมินจุงโฮกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
จังด๊อกจิ่วตัดสินใจเดินทางกลับฮั่นหยาง มินจุงโฮต้องเดินทางไปรายงานเรื่องการรุกรานของทหารเว่ยกว้าน
ทั้งสองจึงร่วมเดินทางไปด้วยกัน
จังด๊อกเริ่มต้นสอนซอจังกึมใช้พิษรักษาอาการป่วย
ในเวลาเดียวกันนี้เอง ซอจังกึมได้ถูกทหารจากหอคุณธรรมจับตัวไปในข้อหาช่วยรักษาอาการป่วยให้แก่แม่ทัพข้าศึก
มินจุงโฮและหัวหน้าปศุสัตว์เดินทางเข้าวังหลวง ที่แท้หัวหน้าปศุสัตว์เป็นคนของโอดึมโฮ
โอดึมโฮบอกกับหัวหน้าปศุสัตว์ว่าจะหาโอกาสให้เขากลับเข้ามาทำงานที่ฮั่นหยางอีกครั้ง
มินจุงโฮได้พบกับหัวหน้าองครักษ์และเห็นฏีกาที่หัวหน้าปศุสัตว์เขียนขึ้น
ที่แท้เนื้อความในฏีกาได้ใส่ร้ายซอจังกึม ในเวลานี้เองมินจุงโฮถึงรู้ว่าซอจังกึมถูกขังอยู่ในหอคุณธรรม
หัวหน้าหอคุณธรรมกำลังสอบสวนซอจังกึมอยู่ ทันใดนั้น
มินจุงโฮวก็ปรากฏตัวขึ้น มินจุงโฮรายงานว่าการจับตัวทหารเว่ยกว้านในครั้งนี้นั้น
ซอจังกึมมีความดีความชอบไม่น้อย จากนั้นได้หยิบจดหมายที่ตนและซอจังกึมเขียนติดต่อกันอกมาเป็นหลักฐาน
มินจุงโฮเขียนฏีกาถวายพระเจ้าจุงจง แต่นึกไม่ถึงว่าฏีกากลับถูกโอดึมโฮตีกลับมา
มินจุงโฮบอกโอดึมโฮว่าหัวหน้าปศุสัตว์ไม่อยู่ที่จวน การที่ซอจังกึมช่วยรักษาอาการป่วยให้แก่แม่ทัพข้าศึกเพราะต้องการรักษาชีวิตชาวเมืองจี้โจวเอาไว้
แต่โอดึมโฮกลับยืนกรานว่าซอจังกึมมีความผิดฐานกบฏต่อชาติบ้านเมือง
หลังจากที่ชองอุนแป๊ดได้รับการรักษาจากจังด๊อกแล้วก็เดินทางกลับวังหลวง
ชองอุนแป๊ดได้ยินคนในวังหลวงพากันร่ำลือถึงหมอผู้หญิงคนหนึ่งที่เมืองจี้โจว
ชองอุนแป๊ดคิดว่าเกิดเรื่องขึ้นกับจังด๊อก หมอผู้หญิงพากันถวายการนวดให้ฮองเฮา
อองเฮาจึงทรงรู้ว่ามีหมอผู้หญิงจากเมืองจี้โจวถูกหอคุณธรรมสอบสวน
หลังจากที่ฮองเฮาทรงรู้เรื่องโดยละเอียดแล้วก็นำขึ้นกราบทูลพระเจ้าจุงจง
พระเจ้าจุงจงทรงทอดพระเนตรฏีกาของมินจุงโฮแล้ว พระองค์ทรงกริ้วเป็นอันมาก
ฮ่องเต้มีรับสั่งลงโทษหัวหน้าปศุสัตว์และตบรางวัลให้แก่ซอจังกึม
หัวหน้าองครักษ์ต้องการให้มินจุงโฮกลับมาทำงานที่ฮั่นหยาง มินจุงโฮลังเลไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี
ตอนที่ 42
การสอบเพื่อเป็นหมอหลวงผู้หญิงกำลังจะมีขึ้น
ชองอุนแป๊ดไปหาซอจังกึมจากนั้นก็ถามนางว่าในใจของนางยังมีความแค้นอยู่หรือไม่
ซอจังกึมตอบชองอุนแป๊ดว่านางไม่มีวันทิ้งความแค้นได้ ชองอุนแป๊ดได้ยินคำตอบจากซอจังกึมเช่นนั้นจึงไม่ได้บอกนางถึงเรื่องการคัดเลือกหมอหลวงผู้หญิงให้นางรู้
ซอจังกึมรู้ว่ามินจุงโฮไม่อยากทำงานที่ฮั่นหยาง เพื่อราชสำนักแล้ว
ซอจังกึมแนะนำให้มินจุงโฮกลับมาทำงานที่ฮั่นหยางดังเดิม
ซอจังกึมเดินทางกลับจี้โจวพร้อมด้วยไต้เท้าดังและดังดึ้กดู
ระหว่างเดินทางกลับนางได้แวะเซ่นไหว้ดวงวิญญาณฮันซังกุง ทันใดนั้นเอง
ได้มีเด็กคนหนึ่งปรากฏตัวออกมา เด็กที่ว่านี้บอกว่าที่นี่ไม่เหมาะที่จะฝังศพ
ซอจังกึมสังเกตสีหน้าของเด็กพบว่าเด็กคนนี้กำลังป่วยอยู่ ดังนั้นจึงออกปากว่าจะรักษาให้
ที่แท้เด็กคนนี้เป็นลูกชายของไต้เท้าเฉียนหู้
แม้ว่าเด็กคนนี้จะอายุเยาว์ แต่ก็เป็นเด็กที่มีความรู้มากมาย ที่สำคัญมีความสามารถในการดูฮวงจุ้ยอย่างน่าเหลือเชื่อ
ไต้เท้าเฉียนหู้ไม่เชื่อว่าซอจังกึมจะรักษาอาการป่วยให้ลูกชายของตนได้
แต่คุณชายน้อยกลับบอกว่าดูจากหน้าตาซอจังกึมแล้ว นางไม่ใช่คนเลวแต่อย่างใด
ดังนั้นจึงยืนกรานว่าจะให้ซอจังกึมรักษาให้ด้ หลังจากที่ซอจังกึมรักษาคุณชายน้อยตามวิชาแพทย์ที่ได้เรียนมา
ในที่สุดคุณชายน้อยก็หายเป็นปกติ
คุณชายน้อยต้องการตอบแทนซอจังกึม
ดังนั้นจึงช่วยหาฮวงจุ้ยอย่างดีไว้สำหรับทำที่ฝังศพให้ซอจังกึม
ไต้เท้าเฉียนหู้ถามซอจังกึมว่ารู้เรื่องการคัดเลือกหมอหลวงหญิงหรือไม่
ในเวลานี้เองซอจังกึมถึงรู้ว่ามีการคัดเลือกหมอหลวงหญิง เมื่อล่วงรู้เช่นนี้แล้ว
ซอจังกึมก็ได้เดินทางกลับเมืองฮั่นหยางอีกครั้ง
ตอนที่ 43
แม้ว่าซอจังกึมจะเดินทางไปทันสอบ
เจ้าหน้าที่คุมสอบมีสามคน ซอจังกึมตกใจมากเมื่อเห็นชองอุนแป๊ดเป็นหนึ่งเจ้าหน้าที่คุมสอบ
ซอจังกึมตอบคำถามของสองเจ้าหน้าที่คุมสอบได้อย่างราบรื่น แต่เมื่อนางต้องมาตอบคำถามของชองอุนแป๊ด
ทำให้นางเกิดความหนักใจขึ้นมา ชองอุนแป๊ดถามซอจังกึมว่าเมื่อต้องช่วยชีวิตศัตรู
นางจะช่วยชีวิตหรือไม่ ซอจังกึมตอบว่านางยังไม่สามารถตัดสินใจได้
ซอจังกึมรู้ว่าชองอุนแป๊ดจะต้องให้นางสอบตกอย่างแน่นอน ทำให้ซอจังกึมรู้ดีว่านางไม่สามารถสอบผ่านการคัดเลือกเป็นหมอหลวงหญิงอย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงตัดสินใจไปขอพักอยู่กับดังดึ้กดูสักคืนหนึ่งก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยเดินทางกลับจี้โจว
วันรุ่งขึ้น ดังดึ้กดู,ไต้เท้าดังและซอจังกึมพากันไปผลการสอบ
นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมอหลวงหญิง ที่แท้ชองอุนแป๊ดให้โอกาสซอจังกึม
ดังนั้นจึงให้โอกาสนางได้มีโอกาสได้สอบสัมภาษณ์ เซินอี้ปี้หมอหลวงใหญ่บอกผู้เข้าสอบทุกคนว่าถ้าผู้เข้าสอบคนใดสอบไม่ผ่านสามหมวดก็จะไม่ได้รับใบอนุญาต
แต่ซอจังกึมสอบไม่ผ่านเพียงหมวดเดียวเท่านั้น
ซินอิ๊กบีเข้มงวดกับการสอนโดยถามความรู้เรื่องสมุนไพรกับทุกคนว่ามีความรู้เรื่องสมุนไพรดีเพียงใด
นักเรียนส่วนใหญ่ถูกถาม มีเพียงซอจังกึมเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกถาม
ซอจังกึมเห็นเช่นนั้นจึงขอคำอธิบายจากซินอิ๊กบี ซินอิ๊กบีตอบซอจังกึมไปว่านางไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ
ส่วนนักเรียนคนอื่นๆก็พากันอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อเตรียมตัวสอบ
รุ่งขึ้น ซินอิ๊กบีพานักเรียนขึ้นเขา
โดยต้องการให้ทุกคนเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยกัน ให้เรียนรู้การหายใจ
จากนั้นให้นำความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้คนไข้ หมอหลี่อาจารย์หมออีกคนหนึ่งรู้ว่าซอจังกึมมีความรู้
ดังนั้นจึงบอกให้ซอจังกึมอ่านหนังสือกับเพื่อนๆ การสอบเริ่มต้นขึ้น
นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมและซินปีอยู่กลุ่มเดียวกัน
ตอนที่ 44
การสอบด่านแรกให้ทุกคนบอกชื่อสมุนไพร
ซอจังกึมสอบผ่านด่านนี้ได้อย่างง่ายดาย จากนั้น ซินอิ๊กบีให้ซอจังกึมเขียนบรรยายว่าจะดูอย่างไรว่าสมุนไพรชนิดนั้นๆมีพิษ
มินจุงโฮบอกดังดึ้กดูว่าพระเจ้าจุงจงทรงคิดถึงรสชาติเหล้าที่ร้านของดังดึ้กดู
พระองค์ทรงหวังว่าวังหลวงจะซื้อเหล้าจากร้านดังดึ้กดู ต่อมา มินจุงโฮได้เลื่อนตำแหน่งเป็นทหารพระธรรมนูญ
ผลการสอบออกมาว่าซอจังกึมสอบไม่ผ่านหนึ่งหมวด
ซอจังกึมสอบถามสาเหตุจากซินอิ๊กบี ซินอิ๊กบีบอกซอจังกึมว่านางไม่มีความรู้สึกหวาดกลัว
ไม่มีความรู้สึกห่วงใยคนไข้ ซอจังกึมได้ยินเช่นนั้นจึงต่อว่าซินอิ๊กบีว่าอคติต่อนาง
ซินอิ๊กบีได้ยินซอจังกึมต่อว่าตนเช่นนั้นจึงบอกกับซอจังกึมว่านางไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ
นับเป็นอีกครั้งที่ซอจังกึมได้ยินซินอิ๊กบีว่านางไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ
ทำให้นางหวนนึกถึงสมัยที่นางยังเป็นเด็กที่นางเคยถูกนางกำนัลสบประมาทว่า
นางไม่มีคุณสมบัติเป็นนางกำนัลขึ้นมา
อาจารย์หลี่เรียกซอจังกึมมาพบ นางยินดีช่วยเหลือซอจังกึม
แต่มีข้อแม้ว่าซอจังกึมจะต้องพานักเรียนหมอไปงานเฉลิมฉลองที่บ้านไต้เท้าเฉียนหู้
แม้ว่าพระเจ้าจุงจงทรงเคยตรัสว่าไม่สามารถให้หมอมาแทนนางรำได้ก็ตาม
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่จะเปลี่ยนแปลงกันง่ายๆ วันรุ่งขึ้น มีเพียงซอจังกึมและซินปีที่ไม่ได้ไป
ทั้งสองจึงพากันเข้าเรียนวิชาของซินอิ๊กบี โดยซินอิ๊กบีได้สอนการตรวจคนไข้ให้คนทั้งสอง
ซินอิ๊กบีรู้เรื่องที่ต้องการหาหมอผู้หญิงไปเป็นนางรำ
ดังนั้นจึงไปปรึกษาหารือกับอาจารย์หลี่ว่าจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร
จะให้หมอมาเป็นนางรำ อาจารย์หลี่กลับย้อนซินอิ๊กบีว่าเคยรักษาจนคนตายมาก่อน
ดังนั้นควรจะก้มหน้าก้มตาทำงานไป อย่าได้เรื่องมาก นึกไม่ถึงว่าคำพูดของทั้งสองถูกซอจังกึมได้ยินจนหมดสิ้น
ซินปีสอบถามคนไข้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
จากนั้นนางก็ทำการจดบันทึกอย่างละเอียด ซอจังกึมเห็นซินปี ทำให้นางค้นพบข้อด้อยของนาง
ซินอิ๊กบีถามนักเรียนถึงอาการป่วยของคนไข้และวิธีรักษา
ซอจังกึมตอบได้อย่างละเอียด นางกล่าวกับซินอิ๊กบีว่าซินปีเป็นคนรู้ว่าคนไข้ป่วยเป็นอะไร
ซอจังกึมยอมรับว่านางมีข้อบกพร่องโดยบรรยายออกมาเป็นข้อๆให้ซินอิ๊กบีฟัง
ซินอิ๊กบีได้ยินเช่นนั้นไม่รู้ว่าซอจังกึมจะรู้จริงหรือไม่
ซินอิ๊กบีทดสอบนักเรียนว่าจะแยกแยะสมุนไพรกับพิษได้อย่างไร
หลังจากที่ซินอิ๊กบีได้รับกระดาษคำตอบแล้วก็ถามซอจังกึมว่าจะแยกแยะอย่างไร
ซอจังกึมตอบคำถามซินอิ๊กบีว่ายากับพิษนั้นจริงๆแล้วยากที่จะแยกออกจากกันได้
สำคัญอยู่ที่วิธีใช้ว่าจะใช้อย่างไร นึกไม่ถึงว่าคำตอบของซอจังกึมตรงกับใจซินอิ๊กบีเป็นอันมาก
ตอนที่ 45
ซอจังกึมบอกกับอาจารย์ซินว่านางคิดได้แล้ว
ซินอิ๊กบีดีใจมากที่ซอจังกึมคิดได้ ดังนั้นจึงสั่งสอนว่าการจะเป็นหมอที่ดีนั้นต้องมั่นอยู่บนความซื่อสัตย์
ซินปีบอกซอจังกึมว่าในเมื่อตอนที่นางเป็นเด็กนั้นสุขภาพอ่อนแอเป็นเด็กขี้โรค
ต่อมาได้รับการรักษาจากหมอท่านหนึ่งจนแข็งแรงขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงตั้งปณิธานว่าจะต้องเป็นหมอให้ได้
จังด๊อกเดินทางมาฮั่นหยางเพื่อเยี่ยมเยียนซอจังกึม
จากนั้นจังด๊อกก็ไปเยี่ยมเยียนชองอุนแป๊ด ชองอุนแป๊ดบอกซอจังกึมว่านางสอบไม่ผ่านสามหมวด
ดังนั้นจึงไม่ผ่านการคัดเลือกเป็นหมอหญิง ซอจังกึมซึ่งมีความมั่นใจการสอบถึงกับตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ไม่ได้มีแต่ซอจังกึมที่สอบไม่ผ่านทั้งสามหมวด ซินปีก็สอบไม่ผ่านทั้งสามหมวดเช่นเดียวกัน
ทั้งหมดอยู่ที่อาจารย์หลี่เพียงคนเดียวที่จะให้นักเรียนคนใดสอบผ่านหรือไม่ผ่าน
ชองอุนแป๊ดบอกซอจังกึมว่าตนไม่มีปัญญาช่วยเหลือจริงๆ
เนื่องจากปัญหาไม่ได้อยู่ที่คะแนน แต่อยู่ที่ใครใหญ่ ใครมีอำนาจมากกว่ากัน
ชองอุนแป๊ดกำชับซินอิ๊กบีอย่าได้งัดข้อกับอาจารย์หลี่เป็นอันขาด
หากทำลงไปเท่ากับเอาไข่ไปกระทบหินเปล่าๆ
ซินอิ๊กบีไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งที่ไม่อยากทำ
ดังนั้นจึงต้องให้นักเรียนทั้งหมดสอบไม่ผ่านทั้งสามหมวด ทำให้การสอบครั้งนี้ไม่มีนักเรียนคนใดได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมอหญิง
ซินอิ๊กบีและอาจารย์หลี่รายงานผลการสอบต่อไต้เท้าตูถีเตี้ยว ด้วยเหตุนี้เองไต้เท้าตูถีเตี้ยวจึงตัดสินใจเป็นผู้สอบคัดเลือกเอง
ไต้เท้าตูถีเตี้ยวรู้สึกว่าซอจังกึมเป็นคนมีความรู้ความสามารถ
แต่เพราะเหตุใดจึงสอบไม่ผ่าน ไต้เท้าตูถีเตี้ยวต้องการคำอธิบายจากซินอิ๊กบี
หลังจากที่ไต้เท้าตูถีเตี้ยวได้รับคำอธิบายจากซินอิ๊กบีแล้วก็สอบถามอาจารย์หลี่ว่าเพราะเหตุใดซอจังกึมจึงสอบไม่ผ่าน
อาจารย์หลี่ตอบไต้เท้าตูถีเตี้ยวว่าซอจังกึมไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นหมอ
ต่อมา ไต้เท้าตูถีเตี้ยวล่วงรู้ว่าอาจารย์หลี่ต้องการให้นักเรียนเหล่านี้เป็นนางรำ
ดังนั้นจึงกราบทูลเรื่องนี้ต่อพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงกริ้วมาก
มีรับสั่งห้ามไม่ให้ไปหาหมอมาเป็นนางรำอีกต่อไป
ซอจังกึมและซิ่นเฟยถูกแยกย้ายให้ไปเป็นหมอหลวงประจำตำหนักต่างๆ
มินจุงโฮดีใจมากเมื่อเห็นซอจังกึมกลับเข้ามาทำงานในวังหลวงอีกครั้ง
ดังดึ้กดูสามีภรรยาซึ่งขายเหล้าเป็นอาชีพถูกจังด๊อกทำลายไหเหล้าทิ้งไปหลายใบเนื่องจากไม่ได้ใส่โสมลงไป
ข้าวของเสียหายทำให้ทำการค้าไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองสองสามีภรรยาจึงมีปากเสียงกับจังด๊อกขึ้นมา
จังด๊อกล่วงรู้ว่าซอจังกึมได้รับการคัดเลือกเป็นหมอหลวงและได้กลับเข้าไปทำงานในวังหลวงอีกครั้ง
ดังนั้นจึงแนะนำการใช้ชีวิตของหมอหลวงในวังหลวงให้นางรู้ว่าไม่เป็นอย่างที่นางคิดไว้
ตอนที่ 46
ซอจังกึมและซินปีพากันไปรายงานตัวที่ตำหนักใน
ทั้งสองต้องฝึกงานเป็นเวลาหนึ่งปี หากว่ายังไม่ผ่านก็ไม่สามารถทำงานในวังหลวงได้อีก
เริ่มแรกซอจังกึมต้องล้างเท้าและนวดให้นางกำนัลทั้งหลายก่อน รวมทั้งต้องทำงานเบ็ดเตล็ดทุกอย่าง
แต่ซอจังกึมก็กัดฟันสู้ โดยไม่ปริปากบ่น
ฮองเฮาทรงประชวร หมอหลวงพากันประชุมเพื่อหาวิธีถวายการรักษาฮองเฮา
ซอจังกึมพบว่ากึมยองได้รับการคัดเลือกให้เป็นซังกุงชั้นสูงที่มีหน้าที่ทำของเสวยถวายฮ่องเต้
กึมยองตกใจมากเมื่อเห็นซอจังกึมปรากฏตัวในวังหลวง ชองอุนแป๊ดบอกว่าฮองเฮาทรงมีอาการกับคล้ายแท้งก์ลูก
ดังนั้นจึงกำชับให้ต้นเครื่องหลวงปรุงอาหารชนิดพิเศษถวายฮองเฮา
มีผื่นแดงตามพระวรกายฮองเฮา ทำให้หมอหลวงหญิงพากันตกใจ
แชซังกุงตกใจมากเมื่อเห็นซอจังกึมเป็นหมอหลวงหญิง ฮองเฮาทรงโชคร้ายแท้งก์ลูก
ยองโนรู้เรื่องจากแชซังกุง ทำให้นางอดดีใจไม่ได้ ที่แท้การที่ฮองเฮาทรงแท้งก์ลูกนั้นเป็นฝีมือของยองโนและแชซังกุง
ซอจังกึมเข้าไปในห้องครัวหลวง ทำให้นางหวนนึกถึงเรื่องราวของนางกับฮันซังกุงขึ้นมา
ซอจังกึมแสดงความยินดีกับกึมยองที่ได้เป็นซังกุงชั้นสูง แต่กึมยองลับกล่าวกับซอจังกึมว่าจะไม่มีวันให้นางอยู่ในวังหลวงอีกต่อไป
ซอจังกึมรู้มาว่ามินซังกุงและชางยาถูกโยกย้ายไม่ให้ทำงานในห้องครัวหลวง
เวลานี้ทั้งสองมีหน้าที่ทำความสะอาดห้องน้ำสำหรับฮ่องเต้ สภาพของพวกนางน่าสงสารเป็นอันมาก
เยินเซ็งนั้นหลังจากที่เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าจุงจงได้สักพักหนึ่งแล้ว
เวลานี้นางก็ถูกทอดทิ้งให้เดียวดายเช่นกัน
เยินเซ็งกล่าวกับซอจังกึมว่านางรู้สึกละอายใจที่ไม่สามารถทำให้พระเจ้าจุงจงทรงโปรดนางได้
หากพระเจ้าจุงจงทรงโปรด เชื่อว่านางสามารถกราบทูลพระเจ้าจุงจงถึงเรื่องที่ฮันซังกุงและซอจังกึมถูกใส่ร้าย
เพื่อที่ทั้งสองจะได้พ้นมลทินเสียที เยินเซ็งกล่าวต่อไปว่าครั้งนั้นนางสงสัยผัดเป๋าฮื้อที่อาหงกินเข้าไป
เชื่อว่าต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน เยินเซ็งกำชับซอจังกึมให้ระวังตัวให้ดี
เฉิงจินถวายฏีกาต่อพระเจ้าจุงจงเพื่อขอตำแหน่งคืนให้แก่ทหารและคนที่เกี่ยวข้องซึ่งปกป้องเมืองให้รอดพ้นจากการรุกรานของทหารเว่ยกว้าน
โอดึมโฮล่วงรู้เช่นนั้นปฏิญาณว่าจะไม่ให้พวกที่เป็นเสี้ยนหนามได้ตำแหน่งคืนเป็นอันขาด
อีกด้านหนึ่งนั้น ไต้เท้าจั่วจ้านเฉิงและมินจุงโฮพากันปรึกษาหารือถึงเรื่องคืนตำแหน่งให้แก่ทหารและเจ้าหน้าที่ที่ถูกถอดถอนตำแหน่งไป
แต่ทั้งสองก็เกรงว่าพระเจ้าจุงจงจะไม่ทรงหนักแน่นพอและไม่ทรงใช้งานคนเหล่านี้อีกต่อไป
ตอนที่ 47
จั่วจ้านเฉิงถวายฏีกาต่อพระเจ้าจุงจงว่ารายชื่อบุคคลที่อยู่ในฏีกาฉบับนี้เป็นผู้บริสุทธิ์
ไม่มีความผิดแต่อย่างใด ถ้าหากไม่ใช้งานคนเหล่านี้ ราชสำนักจะขาดคนที่มีความรู้ความสามารถไป
พระเจ้าจุงจงทรงทบทวนเหตุการณ์พบว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมานี้ถูกทหารเว่ยกว้านรุกรานโดยตลอด
แม้ว่าโอดึมโฮทูลคัดค้านก็ตาม แต่พระเจ้าจุงจงก็ไม่ทรงเปลี่ยนพระทัย
พระองค์มีรับสั่งคืนตำแหน่งให้บุคคลตามฏีกา การที่โอดึมโฮทูลคัดค้าน
ทำให้พระเจ้าจุงจงทรงมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อโอดึมโฮขึ้นมา
มินจุงโฮนัดพบซอจังกึม มินจุงโฮบอกให้ซอจังกึมถึงสภาพในราชสำนักที่เป็นอยู่ในเวลานี้
มินจุงโฮกำชับซอจังกึมระมัดระวังตัวให้ดี เพราะนางเป็นเป้าหมายสำคัญที่ถูกจ้องเล่นงาน
ซินอิ๊กบีถูกย้ายเข้ามาทำงานในตำหนักฝ่ายใน หมอหลวงสือได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหมอหลวงของตำหนักใน
โอดึมโฮและแชปันซุกนัดพบกันที่หอนางโลม ยุนปักเกมารายงานว่าจั่วจ้านเฉิงและมินจุงโฮมาขอพบ
ที่แท้ทั้งสองต่างหวังว่าโอดึมโฮและแชปันซุกจะให้ความร่วมมือกับราชสำนัก
โดยให้ช่วยกันเปลี่ยนพระทัยพระเจ้าจุงจง นึกไม่ถึงว่ากลับได้รับการปฏิเสธจากโอดึมโฮและแชปันซุก
จากนั้นมินจุงโฮก็ได้ประกาศต่อโอดึมโฮและแชปันซุกว่าอย่าคิดเล่นงานซอจังกึมอีกต่อไป
แชปันซุกนำเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้แชซังกุงและกึมยองฟัง
แชปันซุกก็ตำหนิกึมยองเป็นการใหญ่ที่เวลานั้นไม่เล่นงานมินจุงโฮ
จนกระทั่งวันนี้จะเล่นงานมินจุงโฮก็ลำบากแล้ว กึมยองต้องการให้ซอจังกึมนวดให้
โดยย้ำว่านางเป็นนางกำนัล ส่วนซอจังกึมเป็นหมอ กึมยองฉวยโอกาสนี้เหยียดหยามซอจังกึม
นึกไม่ถึงซอจังกึมกลับไม่ตอบโต้นาง ทั้งยังเตือนให้นางรักษาสุขภาพด้วย
แชซังกุงบอกกับหมอหลวงใหญ่ว่าซอจังกึมกลับมาแล้ว
หมอหลวงใหญ่บอกว่าจะฉวยโอกาสนี้เล่นงานซอจังกึมจนอยู่วังหลวงไม่ได้
หลังจากที่ฮองเฮาทรงแท้งก์ลูกแล้ว สุขภาพพระนางก็ยังไม่แข็งแรงเสียที
ส่วนไทเฮาทรงมีพระชนมายุยืนยาว ในเวลานี้พระวรกายก็เสื่อมถอยลง
บรรดาหมอหลวงประชุมกันเพื่อปรึกษาหารือว่าจะถวายการรักษาทั้งสองพระองค์อย่างไร
หมอหลวงใหญ่สั่งให้เจิ้งฟ่งสอนงานให้แก่ซอจังกึมและซินปี
ซอจังกึมและซินปีปฏิบัติตามคำสอนของเจิ้งฟ่ง นึกไม่ถึงว่าทำให้อาการป่วยของนางกำนัลทรุดหนักลง
หมอหลวงใหญ่ลงโทษทั้งสองที่รักษาไม่ถูกต้อง โดยลงโทษไล่ทั้งสองออกจากวังหลวง
ซอจังกึมและซินปีพากันไปตรวจชีพจรให้ฮองเฮา
การวินิจฉัยของซอจังกึมและโยลีซึ่งเป็นหมอฝังเข็มนั้นกลับไม่เหมือนกัน
นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ฮองเฮาทรงหมดสติไป ซอจังกึมพลิกตำราแพทย์ดู
นางประหลาดใจมากที่โรคที่ฮองเฮาเป็นอยู่นั้นรักษาไม่หายเสียที
โยลีฝังเข็มให้ฮองเฮา นึกไม่ถึงว่ากลับทำให้ฮองเฮาทรงอาเจียนออกมา
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ไต้เท้าตูถีเตี้ยวและโอดึมโฮถูกพระเจ้าจุงจงทรงตำหนิเป็
โอดึมโฮกดดันหมอหลวง โดยประกาศว่าหากไม่สามารถถวายการรักษาฮองเฮาให้หายเป็นปกติได้
หมอหลวงทุกคนจะต้องถูกลงโทษสถานหนัก ซินอิ๊กบีรู้ว่าวิธีการรักษาของซอจังกึมและโยลีแตกต่างกัน
ซอจังกึมบอกซินอิ๊กบีว่านางสงสัยว่าในครรภ์ของฮองเฮายังมีทารกซึ่งเสียชีวิตแล้วอยู่ในนั้น
ตอนที่ 48
ซอจังกึมถูกหมอหลวงหญิงคนอื่นๆตำหนิว่าพูดจาเหลวไหล
แต่โยลีกลับแก้ต่างให้ซอจังกึม โอดึมโฮกล่าวว่าไม่ควรเชื่อคำวินิจฉัยของหมอฝึกหัด
ชองอุนแป๊ดเสนอให้โยลีและซอจังกึมถวายการรักษาฮองเฮาอีกครั้ง นึกไม่ถึงว่าการวินิจฉัยของซอจังกึมและโยลีไม่เหมือนกัน
หมอหลวงใหญ่สั่งให้ชองอุนแป๊ดเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะให้ใครถวายการรักษาฮองเฮา
ชองอุนแป๊ดเชื่อมั่นในตัวซอจังกึม ดังนั้นจึงให้ซอจังกึมถวายการรักษาฮองเฮา
ชองอุนแป๊ดบอกให้ซอจังกึมเตรียมถวายการรักษาฮองเฮา
อีกด้านหนึ่งนั้นก็บอกให้โยลีเตรียมฝังเข็มให้ฮองเฮา โยลีเห็นว่าชองอุนแป๊ดไม่เชื่อการวินิจฉัยของนาง
ดังนั้นจึงปฏิเสธที่จะฝังเข็มให้ฮองเฮา โยลีบอกให้ซอจังกึมถวายการรักษาฮองเฮาคนเดียว
ตนจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยว ชองอุนแป๊ดเคารพการตัดสินใจของโยลี ดังนั้นจึงแนะนำวิธีการฝังเข็มให้แก่ซอจังกึมว่าจะต้องฝังเข็มให้ฮองเฮาอย่างไร
ฮองเฮาทรงเสวยโอสถที่ซอจังกึมจัดถวายให้ติดต่อกันเป็นเวลาสองวัน
แต่ฮองเฮาก็ยังไม่ดีขึ้น ทันใดนั้นเอง ฮองเฮาทรงมีปฏิกิริยาตอบสนอง
พระนางทรงแสดงความเจ็บปวดออกมา ที่แท้ฮองเฮาทรงตั้งครรภ์ฝาแฝด
โยลียอมรับกับหมอหลวงทั้งหลายว่าละอายใจที่วินิจฉัยผิดพลาด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าซอจังกึม
โยลีกลับพูดกับซอจังกึมว่าจะไม่มัวันยอมแพ้ให้นางเป็นอันขาด ในเวลานี้
โยลีเกิดความอิจฉาริษยาซอจังกึมขึ้นมาแล้ว มินจุงโฮเสนอต่อจั่วจ้านเฉิงว่าให้ตัดทอนที่ดินของขุนนางทั้งหลายนำมาซื้ออาวุธเพื่อปกป้องบ้านเมือง
หัวหน้าองครักษ์ทูลเสนอต่อพระเจ้าจุงจง ฮ่องเต้จงจงทรงเห็นด้วย
โอดึมโฮไม่เห็นด้วยเพราะเป็นฝ่ายเสียประโยชน์
ฮองเฮาทรงรู้ว่าหมอฝึกหัดถวายการรักษาพระนาง
ดังนั้นจึงมีรับสั่งให้ชองอุนแป๊ดพานางมาถวายการรักษาพระนางเป็นการส่วนพระองค์
ฮองเฮาทรงแข็งแรงขึ้นทีละน้อยๆ แต่อีกด้านหนึ่งนั้น อาการไทเฮากลับทรุดหนักลงทุกที
ฮ่องเต้ทรงสดับว่าไทเฮาปฏิเสธการถวายการรักษา ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จเยี่ยมไทเฮา
แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม
ที่แท้ทั้งหมดเป็นฝีมือแชซังกุงและโอดึมโฮ
ทั้งสองทูลไทเฮาว่าซินอิ๊กบีวินิจฉัยโรคผิด ทั้งยังใส่ร้ายอาจารย์หลี่ว่าเป็นผู้สั่งให้หมอฝึกหัดมาเป็นนางรำ
จนอาจารย์หลี่ต้องออกจากราชการ ที่แท้อาจารย์หลี่มีศักดิ์เป็นพระญาติของไทเฮา
ไทเฮาทรงรับฟังคำใส่ร้าย ดังนั้นจึงปฏิเสธการถวายการรักษาของซินอิ๊กบีซินอิ๊กบีนำโอสถถวายไทเฮา
ไทเฮากลับปฏิเสธที่จะเสวยโอสถที่ซินอิ๊กบีนำมาถวาย
ตอนที่ 49
ซินอิ๊กบีนำโอสถมาถวายไทเฮาที่ตำหนักหลวง
เมื่อมาถึงพบว่าหมอหลวงใหญ่มาที่ตำหนักหลวง ทันทีที่ไทเฮาทอดพระเนตรเห็นซินอิ๊กบี
พระนางก็ทรงกริ้วขึ้นมา ซินอิ๊กบีทูลไทเฮาว่าแม้ชีวิตตนจะหาไม่
ก็ขอให้ไทเฮาเสวยโอสถที่นำมาถวาย ไทเฮาทรงตำหนิซินอิ๊กบีที่เป็นเหตุให้อาจารย์หลี่พระญาติของพระนางต้องออกจากราชการ
ซินอิ๊กบีได้ยินเช่นนั้นจึงทูลลา อีกด้านหนึ่งนั้น ซอจังกึมเป็นห่วงว่าโอดึมโฮและแชซังกุงกำลังจ้องเล่นงานมินจุงโฮและจั่วจ้านเฉิง
มินจุงโฮบอกชองอุนแป๊ดว่าไทเฮาทรงไม่ยอมรับการถวายการรักษาจากหมอหลวง
เชื่อว่าที่เป็นเช่นนี้นั้นต้องเป็นฝีมือของแชซังกุงและโอดึมโฮอย่างแน่นอน
ชองอุนแป๊ดบอกมินจุงโฮว่าอาการป่วยของไทเฮาน่าเป็นห่วง แชซังกุงกราบทูลพระเจ้าจุงจงถึงสาเหตุที่ไทเฮาทรงไม่ยอมรับการรักษา
จากนั้นแชซังกุงก็กราบทูลต่อไปว่าไทเฮามีพระประสงค์ให้พระเจ้าจุงจงทรงเลือกระหว่างพระนางกับจั่วจ้านเฉิง
อาการประชวรของไทเฮาหนักขึ้นทุกที
ฮองเฮากราบทูลพระเจ้าจุงจงว่าพระนางไม่สามารถทูลเกลี้ยกล่อมให้ไทเฮายอมรับการถวายการรักษาได้
พระเจ้าจุงจงทรงไม่มีทางเลือกอื่น ดังนั้นจึงตัดสินพระทัยปลดซินอิ๊กบี
จั่วจ้านเฉิงต้องการให้พระเจ้าจุงจงทรงเชื่อมั่นในพระองค์เอง อย่าหลงเชื่อคำคน
พระเจ้าจุงจงทรงรับสั่งต่อจั่วจ้านเฉิงว่าพระองค์จะเป็นลูกอกตัญญูไม่ได้
แม้ว่าซินอิ๊กบีต้องออกจากราชการแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงทูลเกลี้ยกล่อมให้ไทเฮายอมรับการถวายการรักษา
นึกไม่ถึงว่าไทเฮาทรงยืนกรานว่าจะไม่รับการถวายการรักษาจากหมอคนใดทั้งสิ้น
ซอจังกึมสุดที่จะทนได้จึงกราบทูลไทเฮาว่าการที่ไทเฮาทรงมีเรื่องขัดพระทัยกับพระเจ้าจุงจงนั้น
ข้าราชบริพารจำนวนมากที่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย ซอจังกึมใช้ชีวิตของนางเดิมพันกับไทเฮา
โดยต้องการให้ไทเฮาทายปริศนาที่นางตั้งขึ้น ถ้าหากไทเฮาไม่สามารถตอบปริศนาได้
ก็ขอให้พระนางยอมรับการถวายการรักษา แต่ถ้านางเป็นฝ่ายแพ้ นางยินดีรับโทษประหาร
ซอจังกึมให้เวลาไทเฮาหนึ่งวันเพื่อตอบปริศนาของนาง
พระเจ้าจุงจงและฮองเฮาทรงสดับถึงเรื่องทายปริศนา
หมอหลวงหญิง,แชซังกุง,ดังดึ้กดูและแชปันซุกต่างกลัดกลุ้มที่จะหาคำตอบถวายไทเฮา
ยองโนสั่งให้นางกำนัลฝึกหัดไปหาคำตอบ เวลานี้ข้าราชบริพารในวังหลวงต่างพากันวุ่นอยู่กับการค้นหาคำตอบตอบปริศนาคำทายของซอจังกึม
ในที่สุดกึมยองก็ค้นพบคำตอบ นางนำคำตอบไปบอกแชซังกุง
แชซังกุงรีบนำคำตอบที่กึมยองนำมาบอกขึ้นกราบทูลไทเฮา เชื่อว่าไทเฮาจะต้องชนะซอจังกึมอย่างแน่นอน
นึกไม่ถึงไทเฮากลับไม่ตอบคำตอบตามที่แชซังกุงทูลถวาย ไทเฮาทรงยอมรับการถวายการรักษา
โดยให้ซอจังกึมถวายการรักษา พระเจ้าจุงจงและฮองเฮาเสด็จมาเยี่ยมไทเฮา
ในที่สุดไทเฮาก็ทรงค้นพบคำตอบ ซอจังกึมอธิบายคำตอบของปริศนาให้ไทเฮา
เนื่องจากปริศนานี้เองจึงทำให้ไทเฮาทรงเข้าพระทัยว่าพระเจ้าจุงจงสำคัญต่อพระนางอย่างแท้จริง
ไทเฮาทรงทิ้งทิฐิและยอมรับการถวายการรักษา ที่สำคัญพระนางทรงโปรดซอจังกึมแล้ว
ตอนที่ 50
หลังจากที่พระเจ้าจุงจงทรงเสด็จกลับจากเยี่ยมไทเฮาแล้ว
พระองค์ได้พบกับเยินเซ็ง นึกไม่ถึงพระองค์ทรงจำเยินเซ็งไม่ได้
ทำให้เยินเซ็งเสียใจมาก ในที่สุดไทเฮาก็ทรงรับการถวายการรักษาจากซอจังกึม
หลังจากที่ไทเฮาเสวยโอสถเข้าไปแล้ว พระนางก็ทรงอาเจียน พระเจ้าจุงจงทรงรู้เรื่องนี้เข้า
พระองค์ทรงเอาโทษซอจังกึม หมอหลวงใหญ่กราบทูลพระเจ้าจุงจงว่าต้องให้ไทเฮาเสวยยาต่ออีกสักพัก
เพราะยากำลังออกฤทธิ์ พระเจ้าจุงจงทรงสดับเช่นนั้น ทำให้พระองค์ละอายพระทัยที่ตำหนิไปเสียก่อน
บรรดาหมอหลวงต่างไม่รู้ว่าจะถวายการรักษาไทเฮาอย่างไรดี
ซินอิ๊กบีกล่าวกับทุกคนว่าให้ดูอาการสักพักหนึ่งก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน
จากนั้นซินอิ๊กบีก็แนะนำวิธีการรักษาให้ซอจังกึมและซินปีซินอิ๊กบีพบว่าไทเฮาทรงประชวรด้วยโรคเหน็บชา
ซึงอาการหนักมาก ในเวลานี้ไม่สามารถถวายการรักษาด้วยโอสถหรือการฝังเข็มก็ตาม
ซอจังกึมศึกษาพฤติกรรมการเสวยของไทเฮา
นางพบว่าไทเฮาทรงไม่โปรดเสวยอาหารที่ป้องกันโรคเหน็บชา ซอจังกึมนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับซินอิ๊กบี
ทั้งสองตกลงกันว่าจะทำยาลูกกลอนถวายไทเฮา เพราะต้องการทำอย่างเงียบๆ
ซอจังกึมไปขอยืมเครื่องทำยาลูกกลอนจากเยินเซ็ง ไทเฮาไม่ทรงโปรดเสวยกระเทียม
การที่ไทเฮาทรงไม่เสวยยาลูกกลอน เนื่องจากยาลูกกลอนต้องมีส่วนผสมของกระเทียมผสมอยู่ด้วย
โยลีถามซินอิ๊กบีว่าเหตุใดไม่อนุญาตให้ตนทำยาลูกกลอนถวายไทเฮา
ซินอิ๊กบีอธิบายว่าให้ซอจังกึมรับผิดชอบทำยาลูกกลอนเหมาะสมกว่า
โยลีได้ฟังเช่นนั้นยิ่งเกิดความริษยาซอจังกึม โยลีสะกดรอยตามซอจังกึมถึงรู้ว่าซอจังกึมใช้กระเทียมเป็นส่วนผสมในยาลูกกลอน
ขณะที่โยลีนำเรื่องนี้ไปบอกกับหมอหลวงใหญ่นั่นเอง นึกไม่ถึงว่าฮองเฮาทรงได้ยินเรื่องนี้เข้า
ฮองเฮารับสั่งว่าจะเปลี่ยนหมอหลวงใหม่ให้ไทเฮา
หมอหลวงใหญ่ไม่ถวายยาลูกกลอนอีกต่อไป
โดยเปลี่ยนจากยาลูกกลอนเป็นยาน้ำ นึกไม่ถึงว่าหลังจากที่ไทเฮาเสวยโอสถเข้าไปแล้วกลับไม่อาเจียนอีกเลย
ไทเฮารับสั่งว่ายาลูกกลอนได้ผลดีจริงๆ ฮองเฮาทูลไทเฮาว่าในยาลูกกลอนมีกระเทียมผสมอยู่
ไทเฮาทรงสดับเช่นนั้นจึงมีรับสั่งให้ซอจังกึมและซินอิ๊กบีเข้าเฝ้า
ไทเฮารับสั่งถามซอจังกึมว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ได้กลิ่นกระเทียม
ซอจังกึมทูลอธิบายว่านางใช้วิธีการปรุงพิเศษ ทำให้ไม่มีกลิ่นกระเทียมออกมา
ไทเฮารับสั่งชมเชยในความสามารถของซอจังกึมว่าลึกล้ำเหลือเกิน
พระเจ้าจุงจงทรงล่วงรู้ว่าไทเฮาทรงแข็งแรงขึ้นเป็นลำดับ
ทำให้พระองค์เบาพระทัยลงได้ ในเวลานี้สามารถฝังเข็มถวายไทเฮาได้แล้ว
ในที่สุดหมอหลวงทั้งหลายก็เบาใจที่เห็นอาการของไทเฮาดีวันดีคืน
ต้นเครื่องจังได้พบกับซอจังกึม นางกล่าวว่านางมีเรื่องสำคัญต้องขอความช่วยเหลือจากซอจังกึม
แผนการชั่วร้ายของแชซังกุงล้มเหลว นางจึงหาเรื่องกดดันหมอหลวงโดยให้หมอหลวงหาเรื่องเล่นงานซอจังกึม
นึกไม่ถึงโยลีแอบได้ยินคำสนทนาจนหมดสิ้น
|